พายเนื้อมนุษย์

เรื่องนี้ไม่หลอน แต่โหดสยองขวัญ













หลายคนคงเคยได้ยิน ได้ดูภาพยนตร์เรื่อง ซาลาเปาเนื้อคน ถึงจะสยองขวัญ สั่นประสาท แต่นั่นก็ยังเป็นแค่หนัง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ที่ เมืองเปอร์นัมบูโก ประเทศบราซิล เมื่อคู่ผัวตัวเมียสามคน สามีหนึ่ง นาย จอร์จ เบลเทรา เนโกรมอนเต ดา ซิลเวียรา , เมียหลวงหนึ่ง นางอิซาเบล ปิเรส และเมียน้อยอีกหนึ่ง นาง บรูนา คริสตินา โอลิเวียรา ดา ซิลวา ล่อลวงหญิงสาวเร่ร่อนไร้บ้านอายุ 17 ปี ชื่อว่า นางสาวเจสซิกา คามิลลา ดา ซิลวา

ทั้งสามคนอ้างว่า ต้องการจะจ้างพี่เลี้ยงเด็ก เจสซิกา หลงเชื่อ ผัวเมียทั้งสาม สบโอกาสจึงฆ่าเจสซิกา และทำการชำแหละเหยื่อ ทำเป็นพายแจกเพื่อนบ้าน

ตำรวจพบศพที่สวนหลังบ้าน และยังพบหนังสือ "อภินิหารของโรคจิตเภท" ในบ้านนาย จอร์จอีกด้วย ผัวเมียทั้งสามคน บอกว่าตัวเองเป็นสมาชิกกลุ่มชำระล้างและลดประชากรโลก ได้ยินเสียงลึกลับบอกให้ฆ่าคน ทั้งสามจึงได้ล่อลวงนางสาวเจสซิกา มาชำแหละในบ้าน และยังสารภาพอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ฆ่าผู้หญิงมาแล้วอีกสองคน

 นายจอร์จ ถูกศาลบราซิลจำคุก 23 ปี และ 20 ปีสำหรับเมียๆ ทั้งสองคน

ขอบคุณข่าว www.khaosod.co.th

0 comments:

วินเชสเตอร์ บ้านหลอกผี


Winchester Mystery House

บ้านหลังใหญ่โตมโหฬารในซานโฮเซ่ สหรัฐอเมริกา มีห้องที่ออกแบบสลับซับซ้อนน่าเวียนหัวมากกว่า 160 ห้อง บ้านหลังนี้เป็นเหมือนเขาวงกต มีโถงทางเดินยาวเป็นไมล์ ช่องทางลับ ทางที่นำไปสู่ทางตัน ประตูที่เปิดไปเจอกับกำแพงว่างเปล่า บันไดที่ทอดยาวไปถึงเพดาน
 
 
 

 
 
บ้านอันน่าพิศวงงงงวยหลังนี้เป็นผลงานสร้างสรรค์ของ ซาร่า 
วินเชสเตอร์ ทายาทผู้สร้างปืนไรเฟิล วินเชสเตอร์อันโด่งดัง ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เธอสูญเสียสามีและลูกไปอย่างกะทันหัน จากคำบอกเล่าของคนทรงเจ้าที่เธอไปขอความช่วยเหลือกล่าวว่า เธอถูกวิญญาณของเหยื่อที่ตายจากกระสุนปืนวินเชสเตอร์ตามหลอกหลอน เธอต้องทำสัญญาสงบศึกหลอกหลอนกับผีๆพวกนี้ด้วยการ สร้างบ้าน เธอสร้าง สร้าง และสร้างบ้านตลอดเวลา มีเพียงเหตุการณ์เดียวที่ทำให้เธอหยุดได้คือ ความตายมาเยือนเท่านั้น ช่างเป็นคำที่น่าฟังยิ่งนักโดยเฉพาะกับผู้หญิงที่พึ่งสูญเสียครอบครัวไป เธอจึงสร้างบ้าน อดัมส์แฟมิลี่ ในแบบฉบับชีวิตจริง

ในปี 1884 เป็นปีที่เริ่มก่อร่างสร้างตัวของแมนชั่นครอบครัววินเชสเตอร์ในซานโฮเซ่  นับจากนั้นอีก 38 ปีที่บ้านหลังนี้ก่อสร้าง ปีที่ยุติการสร้างแมนชั่นคือปีที่เธอตาย แมนชั่นวินเชสเตอร์หลังนี้เรียกได้เต็มปากว่า เป็นบ้านหลังที่จะทำให้คุณหลงทางได้ ซึ่งนั่นคือหัวใจหลักของบ้านหลังนี้ "หลงทาง" เส้นทางสลับซับซ้อน หลายทางแยกและสุดท้ายเจอกับทางตัน เป้าหมายเพื่อ "ทำให้ผีสับสน"
แต่ทว่า การทำให้วิญญาณที่ตามหลอกหลอนสับสน เป็นเพียงแค่ทางเลือกอีกทางหนึ่งของสถาปนิกเท่านั้น บ้านวินเชสเตอร์ทั้งหลังตกแต่งไปด้วย ใยแมงมุม ซึ่งซาร่าเชื่อว่ามันมีความหมายทางจิตวิญญาณ ของตกแต่งทุกอย่างในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นตะขอแขวนเสื้อผ้าข้างผนัง แม้กระทั่งโคมไฟ จะถูกทำให้มีจำนวน 13 เป็นหลัก เธอหวังว่ามันจะนำโชคดีมาให้ ซาร่า วินเชสเตอร์บ้าพอที่จะทำทุกอย่างยกเว้นบูชายัญต่อซาตานเท่านั้นเพื่อการันตีว่าบ้านเธอจะหลอน

แค่การออกแบบบ้านก็น่าสยองแล้ว อย่าว่าแต่ผีจะหลงทาง คนเป็นๆ เข้าไปอาจจะไม่มีวันได้ออกมาอีกก็ได้

ที่มา http://www.cracked.com/
แปลและเรียบเรียง Javacup
 

0 comments:

โอลด์ลิคกิ้งเคาน์ตี้ คุกผีเฮี้ยน


          คุกเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปีแห่งนี้ แม้ปัจจุบันจะไม่ได้เป็นที่กักขังนักโทษอีกต่อไป แม้ว่าห้องคุมขังจะว่างเปล่า แต่ทว่าภายในนั้นกลับไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เห็น ยังคงมีเสียงร้องขอความช่วยเหลืออย่างทุกข์ทรมาน





Laura Belle Devlin

Lewingdon Brothers
          คุกโอลด์ลิคกิ้งเคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ (Old Licking County Jail) สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1889 หรือ พ.ศ. 2432 กว่า 100 ปีที่แล้ว เพื่อใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษชาย 96 คน นักโทษหญิง 30 คน ฆาตกรโหดหลายรายชดใช้กรรมอยู่ที่นี่ อาทิเช่น ลอร่า เบล เดฟลิน หญิงชราวัย 72 ปี เธอยิงสามี ชำแหละแขนและหัว ยัดใส่เตาอบ โยนส่วนที่เหลือไว้ในสวนหลีงบ้านของเธอ พี่น้องธาดัสและแกรี่ ลูวิงด้น ตระเวนปล้นฆ่าเหยื่อกว่า 10 รายด้วยปืนคาลิเบอร์ .22 ใน 3 ประเทศ
   
             

          แต่เหตุการณ์ที่สยอสยองเกิดขึ้นเมื่อ เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง คาร์ล อีเธอริงตั้น ( Carl Etherington) เดินทางมาเพื่อปิดบาร์ทั้งหมดในพื้นที่ เขามีเรื่องกับอดีตหัวหน้ากรมตำรวจนิวอาร์ค คาร์ลยิงอดีตตำรวจตายคาที่ สร้างความโกรธแค้นแก่ผู้คนในพื้นที่หลายพันคนแม้เขาจะอยู่ในคุกโอลด์ลิคกิ้งเคาน์ตี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง แต่เมื่อผู้คนกว่าพันคน บุกขึ้นไปถึงห้องขังของเขาบนชั้น 3 ลูกกรงเหล็กก็ไม่สามารถปกป้องเขาได้ เขาถูกำทุบด้วยฆ้อนจนตายคาที่ ศพของเขาถูกลากขึ้นไปแขวนไว้บนเสาโทรเลข ว่ากันว่า มีคนกว่าห้าพันคนเห็นศพของเขา นั่นรวมถึงผู้หญิงและเด็กด้วย





          ณ ที่แห่งนี้มีนายอำเภอตาย 4 นาย นักโทษอีก 14 คน ทั้งที่ฆ่าตัวตายและถูกฆ่า อาทิเช่น มาร์ติน เคลลี่ เขายืมใบมีดโกนจากเพื่อนร่วมห้องขังและปาดคอตัวเองตายในห้องน้ำนั่นเอง เม วาร์นเนอร์ หญิงกลางคนวัย 55 ปี ที่จุดไฟเฝาตัวเองด้วยไม้ขีดเพียงก้านเดียว

          ปัจจุบันแม้อาคารหลังนี้จะว่างเปล่า แต่ผู้ที่จบชีวิตลงที่นี่กลับไม่เคยจากไปไหนเลย ยังคงวนเวียน ร้องขอความช่วยเหลือ ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เสียงฝีเท้า เสียงเปิดปิดประตู กล้องวีดีโอติดๆดับๆโดยไร้สาเหตุ พิสูจน์ความมีอยู่ของพวกเขา ยังคงวนเวียน ยังคงรอคอย หลอกหลอน ผู้ที่แวะเวียนไปเสมอ


 เรียบเรียง : Ben JC

Credit
www.parajail.com
www.paranormalhotspot.com




0 comments:

บ้านร้างวิญญาณหลอน

บ้านร้างวิญญาณหลอน


บ้านสองชั้นสีน้ำเงินอมม่วงตรงหน้าของฉัน มองดูแล้วน่าจะปลูกสร้างด้วยวัสดุราคาถูก ตามโครงการบ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อยที่ทางรัฐบาลจัดขึ้น มีบ้านลักษณะเดียวกันหนึ่งหลังอยู่ทางขวา ฉันพิจารณาดูบ้านหลังนั้น สะอาดสะอ้าน ไร้กิ่งไม้ใบหญ้าปกคลุมดังเช่นบ้านหลังอื่นๆ
“บ้านหลังนี้มีคนอยู่” ฉันคิดในใจ  
เหลียวมองทางซ้ายมีบ้านลักษณะเดียวกัน เรียงรายขนาบสองข้างถนนที่โรยด้วยกรวดหยาบ ยาวสุดลูกหูลูกตา ฉันหันกลับมามองบ้านหลังที่อยู่ตรงหน้าฉันอีกครั้ง มันปกคลุมไปด้วยกิ่งไม้ใบหญ้า มีต้นไม้ใหญ่ที่คงเหลือเพียงกิ่งก้านสาขายืนตระหง่าน คั่นกลางระหว่างฉันกับประตูบ้าน
ฉันก้าวเท้าเข้าประตูบ้าน พลันก็พบกับหญิงสาว ผมยาวสลวย สวมกระโปรงยาวกรอมข้อเท้า แต่ทว่าเธอไร้ซึ่งใบหน้า ชั่วขณะที่ยืนตะลึงอยู่นั้น เธอเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ ฉันพยายามจะวิ่งหนี แต่ทว่าเธอเข้ามาบีบคอฉันอย่างแรง จนฉันหายใจไม่ออก ได้แต่ปัดป่ายไปทั่ว ทำได้เพียงแค่หลบภายในบริเวณห้องเท่านั้น ฉันหาประตูไม่เจอ

ทันใดนั้นเธอเปิดชายเสื้อขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นรอยผ่าพาดขนานไปกับขอบประโปรง บาดแผลถูกเย็บติดกันด้วยเส้นด้าย เลือดสีแดงสดไหลเปรอะไปทั่ว ฉันตะลึงแทบหยุดหายใจ ฉันรีบวิ่งไปที่หน้าต่าง ทั้งดัน ทั้งปัดเธอให้พ้นจากตัว กระโดดลงจากหน้าต่างอย่างไม่คิดชีวิต วิ่งฝ่าพงหญ้ารกทึบ ในสมองฉันคิดเพียงอย่างเดียว “ฉันอยากไปให้พ้นจากที่นี่”

เขียนและเรียบเรียงโดย Ben JC

0 comments:

อาโอกิกาฮาระ ผืนป่าอาถรรพ์

 อาโอกิกาฮาระ  ผืนป่าอาถรรพ์




ถ้าหากน้ำตกไนแองการ่า เป็นน้ำตกแห่งการแต่งงาน ป่าอาโอกิกาฮาระแห่งนี้คือผืนป่าแห่งการฆ่าตัวตาย

ผืนป่าทึบ ที่ขนานนามกันว่า นที

ผืนป่าหนาทึบเชิงภูเขาฟูจิแห่งนี้ หนาทึบชนิดมืดมิดแม้กระทั่งขณะเที่ยงวัน จึงง่ายมากที่ใครสักคน (หรือหลายๆ คน) จะฆ่าตัวตายโดยไม่มีใครรู้เห็น ตั้งแต่ 1950 เป็นต้นมามีคนฆ่าตัวตายที่ป่าแห่งนี้มากกว่า 500 คน ถัวเฉลี่ยปีละ 30 คน (ตัวเลขจริงๆ คงจะเยอะกว่านี้มาก)

อาโอกิกาฮาระ เริ่มโด่งดังเรื่องเป็นป่าแห่งความตายหลังจาก เซโช มัตสึโมโต้ ( Seicho Matsumoto ) ตีพิมพ์นวนิยายเรื่อง คุโรอิ ไคจู ( Kuroi Kaiju ) หรือนทีแห่งผืนป่าทมิฬ เป็นที่ซึ่งตัวละครสองตัวของเขาฆ่าตัวตายที่ผืนป่าแห่งนี้ นับจากนั้นมาชาวญี่ปุ่นเริ่มแขวนคอตายในป่าที่มืดมิดแห่งนี้ แม้จะมีป้ายเตือนสติ เช่น "ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า กรุณาพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน" หรือ "คิดถึงครอบครัวให้มากๆ" หรือแม้กระทั่ง "ถ้าคุณฆ่าตัวตาย หมีจะขับถ่ายบนศพของคุณ" ตั้งไว้เป็นระยะก็ตาม


เท่านั้นยังไม่พอ สองสามปีต่อมา เริ่มมีผู้คนสังเกตุว่า ผู้ที่มาฆ่าตัวตายที่ป่าแห่งนี้ หลายคนมีเงินสด อัญมณี ของมีค่าติดตัวพวกเขาด้วย จึงเริ่มมีคนวิ่งรอบป่าอาโอกิกาฮาระเพื่อมองหาสิ่งของมีค่า ยากูซ่า จ้างคนไร้บ้านให้มารูดทรัพย์ศพ




คลิปสารคดีป่าอาโอกิฮาระ

credit : http://www.cracked.com/
แปล - เรียบเรียง : javacup



0 comments: