"น้องกอหญ้า" กอดศพแม่ ชาวบ้านโจษจันความเฮี้ยน



ตั้งศพแม่น้องกอหญ้าเด็กหญิงวัย 3 ขวบ กอดศพแม่ 3 วัน 3 คืน วัดประเสริฐสุทธาวาส ย่านราษฎร์บูรณะ ชาวบ้านโจษจันความเฮี้ยน เชื่อเป็นสายใยผูกพันแม่กับลูก แม้ตัวจะตายไปแล้ว ส่วนสาเหตุการตายเจ้าหน้าที่ระบุเสียชีวิตเองด้วยโรคประจำตัว

จากกรณี “น้องกอหญ้า” เด็กหญิงวัย 3 ขวบ นอนกอดศพแม่ที่ป่วยกว่า 3 วัน ภายในห้องนอนชั้น 2 ทาวเฮ้าส์เลขที่ 846/437 หมู่บ้านสินทวี สวนธน ซอยประชาอุทิศ 44 แยก 6 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ โดยไม่รู้ว่าแม่ได้เสียชีวิตแล้ว แถมยังเกิดเหตุการณ์น่าประหลาดใจเมื่อผู้สื่อข่าวได้ถาม “น้องกอหญ้า” ว่า ออกจากบ้านด้านในได้อย่างไรทั้งที่ประตูยังคงปิดอยู่ ซึ่งหนูน้อยวัย 3 ขวบ ก็ได้ตอบกลับมาว่า “แม่เปิดประตูให้หนูออกมาหาอี้ และยังเล่นกับหนูอยู่เลย” เมื่อได้ยินคำตอบหลายคนถึงกับขนหัวลุก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้ศพของนางอรณัชดา ไทยสกุลทอง อายุ 35 ปี แม่ของน้องกอหญ้าวัย 3 ขวบ ได้นำมาตั้งบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมที่วัดประเสริฐสุทธาวาส ย่านราษฎร์บูรณะ เป็นเวลา 3 วัน ก่อนจะทำการฌาปณกิจ ส่วนน้องกอหญ้าขณะนี้ได้อยู่ในการอุปการะของนางจุฑามน ไทยสกุลทอง พี่สาวของแม่น้องกอหญ้า และวันนี้ได้ไปเรียนหนังสือที่เนอร์สเซอรี่ตามปกติ ด้านสาเหตุการเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ระบุเสียชีวิตเองจากอาการป่วยจากโรคประจำตัว

ส่วนเรื่องประหลาดที่น้องกอหญ้าพูดกับผู้สื่อข่าวโดยมีชาวบ้านร่วมฟังถึงเหตุการณ์ที่ว่า ทำไมถึงออกจากบ้านได้ โดยน้องกอหญ้าบอกว่า แม่เป็นคนเปิดประตูให้ และยังเล่นกับหนูอยู่เลย ได้สร้างตกใจและขนหัวลุกไปตามๆ กันนั้น วันนี้ชาวบ้านต่างโจษจันถึงเรื่องราวดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าเป็นความรักความผูกพันลูกกับแม่ แม้จะตายไปแล้วแต่ก็ยังเป็นห่วงลูก


ที่มา http://board.palungjit.com


อีกหนึ่งแหล่งข่าว



น้องกอหญ้า บอกหม่าม้ามากอดหนูทั้งคืน


ป้าน้องกอหญ้า เด็ก 3 ขวบ กอดศพแม่เสียชีวิตคาบ้าน 3 คืน เผยน้องสาวมาเล่นกับลูกทั้งคืน พอดุว่าจะไม่เลี้ยงลูกให้ กลิ่นคาวๆก็หายไป


ความคืบหน้ากรณี นางอรณัชดา ไทยสกุลทอง อายุ 36 ปี ถูกพบเป็นศพเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 วัน อยู่ภายในทาวน์เฮาส์ เลขที่ 846/437 หมู่บ้านสินทวี สวนธน ซอยประชาอุทิศ 44 แยก 6 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ข้างศพพบลูกสาวของผู้ตายชื่อ ด.ญ.กชกร ไทสกุลทอง อายุ 3 ปี หรือน้องกอหญ้า เฝ้าศพอยู่ไม่ห่าง โดยพี่สาวของผู้ตายคาดว่าน้องสาวน่าจะเสียชีวิตจากอาการลมชักที่เป็นมาตั้งแต่เกิดกำเริบ โดยน้องกอหญ้าให้สัมภาษณ์ว่าแม่เป็นคนหาข้าวหานมให้กิน และเปิดประตูให้ออกไปหาป้า หลายคนจึงคิดว่าเป็นความห่วงใยที่แม่มีต่อลูกน้อย


ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 พ.ย.) นางจุฑามนต์ ไทยสกุลทอง ป้าของน้องกอหญ้า หรือ พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าเมื่อเอาน้องกอหญ้าไปเลี้ยงดูที่บ้าน ก็พบว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาน้องสาวมาหาลูกและมาเล่นกับลูกตลอดทั้งคืน จนตนไม่ได้หลับได้นอน


"เหมือนได้กลิ่นตลอดเวลาเลยนะ เหมือนมีกลิ่นน้ำเหลืองตลอดเวลา กลิ่นคาวๆ เมื่อเช้าก็ถามน้องกอหญ้าว่าแม่มาหาไหม น้องก็บอกว่าเมื่อคืนนี้หม่าม้ามานอนกอดด้วยทั้งคืน ก็บอกน้องสาวไปว่าอย่ามาทำแบบนี้ ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่ช่วยดูลูก จะให้ลูกไปอยู่ที่อื่น จะเอาไปให้คนอื่นเลี้ยง ตั้งแต่พูดว่าดุๆ ทั้งๆที่ก็กลัวเค้านะ ก็ไม่ได้กลิ่นอีกเลย" ป้าของน้องกอหญ้า กล่าว

ทั้งนี้ นางจุฑามนต์ กล่าวว่า หลังจากนี้เตรียมจะรับน้องกอหญ้าเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อเป็นเพื่อนเล่นกับลูกสาวที่อายุ 2 ขวบ โดยเมื่อบ่ายวานนี้ญาติๆได้ไปรับศพที่นิติเวช โรงพยาบาลศิริราชเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดประเสริฐสุทธาวาส ย่านราษฎร์บูรณะ


http://news.sanook.com/

0 comments:

ทำไมต้องมัดตราสังข์ศพ


มีบุตรห่วงหนึ่ง เกี้ยว พันคอ
ทรัพย์ผูกบาทา คลอ หน่วงไว้
ภริยาเยี่ยงอย่าง ปอ รึงรัด มือนา
สามห่วงใคร พ้นได้ จึงพ้น สงสาร
(โคลงโลกนิติ)
เป็นคำกลอนอธิบายการมัดตราสังข์ศพเป็น 3 เปลาะ

เปลาะที่ 1 คอ ปุตฺโต คีวํ เป็นคาถาที่สัปเหร่อจะท่องขณะนำบ่วงมาคล้องคอ หมายความว่า ลูกคือห่วงผูกคอ
เปลาะที่ 2 โยงเชือกมากลางลำตัว ทำเป็นห่วงตะกรุดเบ็ด ผูกหัวแม่มือ ของศพที่พนมถือกรวยดอกไม้ธูป เทียน พร้อมว่า คาถา ธนํ หตฺเถ หมายความว่า ทรัพย์คือห่วงผูกมือ  
เปลาะที่ 3 รัดประคดเอว แล้วโยงเชือกมาที่เท้า เป็นห่วงผูกหัวแม่เท้าทั้งสองให้ติดกัน พร้อมว่า คาถา ภริยา ปาเท หมายความว่า ภริยาคือห่วงผูกเท้า คาถาเปลาะที่สามจะกล่าวเหมือนกันทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
บางครั้ง

เมื่อเสร็จจะเอาผ้าขาวผืนใหญ่ห่อทั้งตัว โดยขมวดปมไว้ด้านศรีษะ เพื่อให้สะดวกเวลาเปิดผ้า เอาน้ำ  มะพร้าวล้างหน้าศพก่อนเผา เสร็จแล้ว จะมัดแน่นเป็นปริศนาธรรม 5 เปลาะ
เปลาะที่ 1 กามฉันทะ
เปลาะที่ 2 ความพยาบาท
เปลาะที่ 3 ความง่วงเหงาหาวนอน
เปลาะที่ 4 ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ
เปลาะที่ 5 ความลังเลใจ


0 comments:

บ็อบบี้แม็คกีมิวสิคเวิร์ล

The Hell's Gate


บ็อบบี้แม็คกี มิวสิคเวิร์ล 

ประตูสู่นรก


"บ่อน้ำเลือด" "ประตูสู่นรก" ล้วนเป็นสมญานามของ บ่อน้ำเก่าแก่บริเวณชั้นใต้ดินของอาคารแห่งหนึ่ง ในรัฐเคนตัคกี้ สหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งปัจจุบันนี้ เป็นคลับเลื่องชื่อ นามว่า บ็อบบี้ แม็คกี มิวสิคเวิร์ลด์ บ่อน้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันเจ็บปวด และยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น การฆาตกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า การฆ่าตัวตาย พิธีกรรมบูชายัญมนุษย์และสัตว์ เพื่อบูชาซาตาน  

ย้อนไปในปี ค.ศ. 1890 สถานที่แห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นโรงฆ่าสัตว์ 
และบ่อน้ำเล็กๆ แห่งนี้คอยรองรับซากสัตว์และเลือดหลังการชำแหละครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดที่แห่งนี้ก็ถูกทิ้งให้รกร้างเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่ง คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งมาเจอเข้า และปรับปรุงสถานที่แห่งนี้เป็น สถานประกอบพิธีกรรมบูชายัญมนุษย์และสัตว์ สำหรักบูชาซาตาน 

เรื่องเล่าที่ทำให้ที่นี่โด่งดังและเฮี้ยนจนถึงปัจจุบันนี้ คือ เรื่องของหญิงสาว ผมบลอนด์ นัยน์ตาสีฟ้า ชื่อ เพิร์ล ไบรอัน เรื่องเล่าเริ่มต้น เมื่อเธอได้พบกับหนุ่มวิทยาลัยทันตกรรม ชื่อว่า สก็อต แจ็คสัน จากการแนะนำของลูกพี่ลูกน้องของเธอ 




และแล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเธอตั้งท้องลูกของสก็อต ในสมัยนั้น การตั้งท้องนอกสมรส สังคมไม่สามารถยอมรับได้ เธอตระหนักดีว่า หากชาวชุมชนรู้เรื่องที่เธอตั้งท้อง เธอต้องถูกเนรเทศ และ ชื่อเสียงที่เธอเพียรสร้างเอาไว้ จะต้องพังทลายเป็นแน่แท้  และที่แย่กว่านั้น หนุ่มสก็อต ไม่มีทีท่าว่าจะแสดงความรับผิดชอบ และแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด




ในที่สุด เธอจึงตัดสินใจหนีไปอยู่กับหนุ่มสก็อตที่ซินซิเนติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าคืนนี้เป็นคืนที่เธอจะมีชีวิตอยู่เป็นคืนสุดท้าย และที่แย่กว่านั้น เธอตัดสินใจให้แฟนหนุ่มของเธอทำแท้งให้ และที่เธอไม่รู้คือ หนุ่มสก็อตเป็นหนึ่งในสมาชิก กลุ่มซาตานด้วย

กว่าชั่วโมงที่เลือดไหลนองพื้น เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดตลอดชั่วโมงแห่งความแดงฉาน หนุ่มสก็อตตระหนักแล้วว่าเขาทำแท้งให้คนรักไม่สำเร็จ เขาและเพื่อนร่วมห้อง จึงตกลงใจพาสาวเพิร์ลนั่งรถข้ามรัฐไปแม่น้ำโอไฮโอ ที่ซึ่งทั้งสองได้ร่วมกันหั่นหัวเธอออกทั้งเป็น ศพไร้หัวของเธอถูกพบห่างไม่ถึง 2 ไมล์จากโรงฆ่าสัตว์

หัวของเพิร์ลหายไปอย่างไร้ร่องรอย แจ็คสัน และ วอลลิ่ง เพื่อนร่วมห้องของเขา ไม่เปิดเผยถึงสถานที่ที่เก็บหรือทิ้งหัวของเพิร์ล ถึงแม้ว่าศาลจะยื่นข้อเสนอให้กับทั้งสองหนุ่ม ให้โทษจำคุกตลอดชีวิต แทนการประหารชีวิตบนตะแลงแกงก็ตาม เชื่อกันว่า หัวของเธอของถูกใช้ใน พิธีกรรมซาตานและถูกทิ้งลงในบ่อน้ำเลือด และ สูญหายไปในที่สุด และเหตุที่ทั้งสองหนุ่มไม่บอกสถานที่ซ่อนหัวของเธอก็เพราะว่ากลัวผลลัพธ์จากพิธีกรรมซาตานดังกล่าวนั่นเอง

หลังจากการตัดสินคดีอันโด่งดัง สถานที่แห่งนี้ถูกทุบทิ้ง คงเหลือไว้แต่บ่อน้ำเลือด และทำการสร้างตึก หลังใหม่ครอบบ่อน้ำเลือดเอาไว้ อาคารหลังใหม่ดังกล่าวไม่เคยสร้างชื่อเสียงที่ดีเลย มันถูกใช้เป็นบ่อนคาสิโนเถื่อน มีการฆาตกรรมมากมายและไร้ร่องรอยของฆาตกร ดูเหมือนว่า อาคารแห่งนี้จะมีแต่ความมืดมนและโศกเศร้า

อาคารดังกล่าวกลายสภาพเป็น ไนท์คลับและร้านเหล้า หลายต่อหลายครั้ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับม็อบซินซินเนติ และเหตุการณ์ที่ผิดกฎหมายอีกมากมาย การฆาตกรรม และ การฆ่าตัวตายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บัค เจ้าของอาคารดังกล่าวตัดสินใจฆ่าตัวตายปี 1965 หลังจากมันถูกขายออกไปให้กับคนในท้องถิ่น ที่กำลังมองหาหลักฐานอันเก่าแก่ของโรงฆ่าสัตว์


ไนท์คลับที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงที่เคยใช้อาคารแห่งนี้ ชื่อว่า เดอะลาติน ควาเตอร์ เจ้าของบาร์มีลูกสาว แสนสวยชื่อว่า โจฮานนา เมื่อโจฮานนาตกหลุมรักนักร้องที่ไนท์คลับของพ่อของเธอ พ่อของเธอกีดกันทุกวิธีทาง เขาใช้เครือข่ายของเขาฆาตกรรมนักร้องคนนั้น ลูกสาวของเขาเศร้าอย่างหนัก กับการจากไปของคนรัก เธอพยายามฆ่าพ่อของเธอและฆ่าตัวตายตาม ศพของเธอถูกพบบริเวณชั้นใต้ ดินบริเวณใกล้ๆกับบ่อน้ำ


ที่น่าสยองกว่านั้น เธอถูกพบว่าต้้งท้องได้ห้าเดือนตอนที่เธอเสียชีวิตชะตากรรมชีวิตเธอ ช่างเหมือนกับชะตากรรม อันน่าเศร้า และโชคร้ายเหมือนนกับ เพิร์ล ไบรอัน หลายปีต่อมา ร้านอาหารชื่อดัง ชื่อ ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ ได้มาทำธุรกิจที่นี่เช่นเดียวกันแต่ก็ต้องหยุดไปเนื่องจาก จำนวนการฆาตกรรมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ปี 1978 หลังจาก ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ ปิดตัวไป บ็อบบี้แม็คกี และ ภรรยา เจเน็ต ได้ซื้อตึกเก่าหลังนี้ แม็คกีเป็นนักร้องชื่อดังในเคนตักกี้ และเคยออกอัลบัมมาแล้วหลายอัลบัม  แทนที่จะไปต่อบนเส้นทาง แห่งชื่อเสียง เขากลับให้ความสนใจไปที่ ๆ เขาเป็นที่รู้จักในปัจจุบันแทน นั่นคือ บ็อบบี้แม็คกี มิวสิคเวิร์ล


บ็อบบี้ได้แบ่งปันประสบการณ์หลอน ร่วมกับลูกค้าและรายการโทรทัศน์หลายรายการ เช่น รายการ Ghost Adventure ที่มีผู้ทำการพิสุจน์เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ 3 คน คือ แซ็ค เบแกน . นิค ครอฟ และ อารอน กู๊ดวิน


มีรายงานการเจอผีที่บ็อบบี้แม็คกีแห่งนี้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ตั้งแต่บทความในหนังสือพิมพ์ รายงานการพบเจอร์ เพิร์ล ไบรอัน ไร้หัว และ เด็กสาวที่ฆ่าตัวตาย ถูกพบเจอในสถานที่เดียวกัน เฟอร์นิเจอร์เคลื่อนไหวเอง ไฟกระพริบ ติด ๆ ดับ ๆ แขกที่มาที่แห่งนี้ถูกสัมผัสโดยพลังที่มองไม่เห็น พิธีกรรมกำจัดผี ถูกจัดขึ้นปี 1994 แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลอะไร ลูกจ้างคนหนึ่งที่ตั้งท้องได้ห้าเดือน มีประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่บ็อบบี้แม็คกีแห่งนี้ เธอถูกโยนลงพื้น ถูกจับ และ ได้ยินเสียงที่หาที่มาไม่ได้






Ghost Adventures @ Bobby Mackey's Music World


0 comments:

ขนหัวลุก! ซุปเปอร์มาร์เก็ตผีสิง ของหล่นเองเที่ยงคืน

(26 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กล้องวงจรปิดในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ในเมืองบรอมป์ตัน ทางใต้ของประเทศออสเตรเลีย สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ วิญญาณขยับสิ่งของ หรือที่เรียกว่า "โพลเตอร์ไกส์ท" ไว้ได้

รายงานระบุว่าขณะที่ นอร์ม เฮิร์สต์ เจ้าของร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ต เปิดร้านของเขาในช่วงเช้าก็พบสิ่งผิดปกติ เมื่อถุงขนมรสผลไม้ในร้านตกอยู่บนพื้น ห่างจากจุดที่มันวางอยู่ถึง 6 เมตร เขาจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านเพื่อดูว่า มีขโมยแอบเข้ามาในร้านตอนกลางคืนหรือไม่ และส่งที่พบทำให้เขาต้องตกตะลึง สิ่งที่กล้องวงจรปิดจากหลากหลายมุมมองของร้านถ่ายไว้ได้คือ สภาพร้านโล่งๆ ปราศจากเงาของสิ่งมีชีวิต และกล้องมุมหนึ่งก็เผยให้เห็นว่า ถุงขนมดังกล่าว จู่ๆ ก็ถูกโยนลงบนพื้น โดยเขายังมั่นใจว่า ก่อนที่เขาจะล็อกประตูร้านทุกอย่างดูปกติดี ทำให้เขาเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นฝีมือของวิญญาณ

อย่างไรก็ตามอย่างมีผู้ออกมาแสดงความเห็นว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดอาจถูกตัดต่อ เนื่องจากเวลาในกล้องบันทึกเวลา 23:27 น. แล้วข้ามไปยัง 23:30 น. ทันที ขณะที่มีผู้โต้แย้งว่า กล้องวงจรปิดส่วนใหญ่จะถูกตั้งให้บันทึกวิดีโอ เมื่อพบสัญญาณการเคลื่อนไหว ซึ่งสามารถอธิบายช่องว่าง 3 นาทีที่ขาดหายไปได้

ทั้งนี้เหตุการณ์ลักษณะนี้ถูกเรียกว่า โพลเตอร์ไกส์ท หรือแปลว่า ผีซน เป็นความเชื่อทางตะวันตก โดยเชื่อว่าเป็นการกระทำของผี ที่คอยเคลื่อนย้ายข้าวของเพื่อทำให้มนุษย์ตกใจเล่น บางครั้งอาจเกิดติดต่อกันนานหลายวัน
 

 ที่มา
http://news.sanook.com







0 comments:

ผวาผีดุ! ลือศาลาการเปรียญวัดบ้านแกเฮี้ยน

ผวาผีดุ! ลือศาลาการเปรียญวัดบ้านแกเฮี้ยน


ชาวบ้านละแวกวัดบ้านแก จ.อ่างทอง ผวาศาลาการเปรียญสุดเฮี้ยนผีดุ ไม่กล้าเข้าไปทำบุญ เจ้าอาวาสเผยถ้าทำความสะอาดทิ้งไว้จะมีคนตายเป็นประจำ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสข่าวลือว่าที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านแก ต.ศรีพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง มีผีสิงอยู่และแสดงความเฮี้ยนจนชาวบ้านพากันหวาดผวาไม่กล้าเข้าไปทำบุญที่วัด ทำให้ศาลาอยู่ในสภาพถูกทิ้งร้างมานาน


โดยพระครูสุตานุยุต เจ้าอาวาสวัดบ้านแก กล่าวว่า เรื่องที่มีคนเจอผีที่ศาลาการเปรียญนั้น น่าจะเกิดกับจิตของผู้คนที่อ่อนไหวมากกว่า แต่แปลกมากตรงที่ศาลาการเปรียญสร้างตั้งแต่ปี 2512 จนถึงปัจจุบันก็ยังสร้างไม่เสร็จ และเปลี่ยนผู้รับเหมามาแล้วกว่า 100 ราย เนื่องจากผู้รับเหมาแต่ละราย มีอันต้องพากันหนีทิ้งงานไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบางรายนอนเล่นอยู่ใต้ถุนศาลาการเปรียญอยู่ดี ๆ มีคนไปปลุกและบอกเจ้าอาวาสเรียกให้มาหาตน ทั้ง ๆ ที่ตนไม่เคยบอกให้ใครไปเรียก จึงเป็นเรื่องแปลกจริง ๆ ส่วนศาลาการเปรียญที่สกปรกนั้น หากมีงานถึงจะทำความสะอาดกันสักครั้ง เพราะถ้าทำความสะอาดทิ้งไว้ จะมีคนตายเป็นประจำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก


ทั้งนี้ ศาลาการเปรียญดังกล่าวสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2512 ส่วนเมรุสร้างต่อมาในปี 2528 จากนั้นมีญาตินำศพผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง แต่พอเจอความเฮี้ยน จนไม่มีใครกล้าเดินทางมาวัดตามลำพังคนเดียวอีก

0 comments:

ถ่าย...ติด...วิญญาณ

เชื่อหรือไม่ ผี มีอยู่รอบตัวเรา เพียงแต่ เรามองไม่เห็นพวกเค้า เท่านั้น

แต่....ถ้า....

เรามองเห็น "พวกเขา" ขึ้นมา จะเป็นยังไง

เพื่อน ที่ไม่เคยจากไปไหน
เงา  ที่บางทีอาจจะยังตื่นตกใจ กับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตนเอง
เพื่อน ... ที่ยัง อยากถ่ายรูปร่วมกับ เพื่อน ๆ

ขา.....
"พวกเขา" มีอยู่จริงหรือไม่ "คุณเท่านั้นที่บอกได้"

0 comments:

ผวาผีดุ! ลือศาลาการเปรียญวัดบ้านแกเฮี้ยน

ผวาผีดุ! ลือศาลาการเปรียญวัดบ้านแกเฮี้ยน

ชาวบ้านละแวกวัดบ้านแก จ.อ่างทอง ผวาศาลาการเปรียญสุดเฮี้ยนผีดุ ไม่กล้าเข้าไปทำบุญ เจ้าอาวาสเผยถ้าทำความสะอาดทิ้งไว้จะมีคนตายเป็นประจำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสข่าวลือว่าที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านแก ต.ศรีพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง มีผีสิงอยู่และแสดงความเฮี้ยนจนชาวบ้านพากันหวาดผวาไม่กล้าเข้าไปทำบุญที่ วัด ทำให้ศาลาอยู่ในสภาพถูกทิ้งร้างมานาน
โดยพระครูสุตานุยุต เจ้าอาวาสวัดบ้านแก กล่าวว่า เรื่องที่มีคนเจอผีที่ศาลาการเปรียญนั้น น่าจะเกิดกับจิตของผู้คนที่อ่อนไหวมากกว่า แต่แปลกมากตรงที่ศาลาการเปรียญสร้างตั้งแต่ปี 2512 จนถึงปัจจุบันก็ยังสร้างไม่เสร็จ และเปลี่ยนผู้รับเหมามาแล้วกว่า 100 ราย เนื่องจากผู้รับเหมาแต่ละราย มีอันต้องพากันหนีทิ้งงานไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบางรายนอนเล่นอยู่ใต้ถุนศาลาการเปรียญอยู่ดี ๆ มีคนไปปลุกและบอกเจ้าอาวาสเรียกให้มาหาตน ทั้ง ๆ ที่ตนไม่เคยบอกให้ใครไปเรียก จึงเป็นเรื่องแปลกจริง ๆ ส่วนศาลาการเปรียญที่สกปรกนั้น หากมีงานถึงจะทำความสะอาดกันสักครั้ง เพราะถ้าทำความสะอาดทิ้งไว้ จะมีคนตายเป็นประจำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก
ทั้งนี้ ศาลาการเปรียญดังกล่าวสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2512 ส่วนเมรุสร้างต่อมาในปี 2528 จากนั้นมีญาตินำศพผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง แต่พอเจอความเฮี้ยน จนไม่มีใครกล้าเดินทางมาวัดตามลำพังคนเดียวอีก


ผวาผีดุ! ลือศาลาการเปรียญวัดบ้านแกเฮี้ยน

0 comments:

โจ๋กรุงเก่าช็อค!ถ่ายภาพติดวิญญาณยมทูต


นักเรียนเมืองกรุงเก่าถ่ายภาพถ่ายติดวิญญาณเป็นชายนุ่งโจงกระเบนสีแดงคล้ายยมทูต คาดเป็นวิญญาณที่สิงอยู่ในต้นตะเคียน



ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ใน.ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ว่ามีนักเรียนถ่ายภาพแล้วมีภาพชายรูปร่างสูงใหญ่นุ่งโจงกระเบนสีแดงไม่มีหัว จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 6/13 ม.9 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พบน.ส.พัชราภรณ์ จั่นบำรุง อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โรงเรียนชุมชนป้อมเพชร เปิดภาพถ่ายที่มีเสียงล่ำลือให้ดู พบว่าเป็นภาพถ่ายหญิงสาวที่โพสท่าในลักษณะต่างๆ แต่ภาพที่สร้างความแตกตื่นเป็นภาพทีหญิงสาววัยรุ่นนั่งอยู่บนเก้าอีสูงมีแสงไฟส่องสว่างด้านหลังเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงที่ด้านซ้ายของภาพปรากฏว่าพชายรูปร่างสูงใหญ่นุ่งโจงกระเบนสีแดงไม่สวมเสื้อลักษณะคล้ายยืนมองอยู่ส่วนภาพอื่นที่ถ่ายในช่วงเวลาเดียวกันไม่ปรากฏภาพชายดั่งกล่าว
น.ส.พัชราภรณ์ กล่าวว่า ภาพนี้ตนเองถ่ายเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2555 เวลาประมาณ 19.58 น.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันโกนก่อนวันมาฆบูชาวันนั้นเพื่อนคนในรูป มาหาที่บ้านของตนเองและได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเอง ยี่ห้อNokia X3-02 ถ่ายภาพเล่นกับเพื่อนที่หน้าบ้านซึ่งมีแสงสว่างถ่ายได้ประมาณ 3-4 ภาพ จนกระทั้งวันนี้เปิดดูภาพจะนำภาพที่ถ่ายได้ส่งเมล์ให้เพื่อนจึงนำมาลงในคอมพิวเตอร์เมื่อเปิดภาพดูถึงกับตกใจอย่างมากขนหัวลุกเมื่อมีภาพชายดั่งกล่าวปรากฎอยู่เพียงภาพเดียว ยืนยันวันที่ถ่ายภาพเล่นกันไม่มีใครมายืนหรือเดินไปมาที่หน้าบ้านเพราะถึงแม้จะถ่ายภาพในเวลากลางคืนแต่แสงไฟส่องสว่างตนเองมองเห็นชัดเจนว่าไม่มีใครยืนอยู่ที่หน้าบ้านแน่นอน
ด้านนางกัลยาวีร์ ธนเกียรติภิญโญ อายุ38 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า บ้านของตนเองถูกน้ำท่วมหนักเมื่อปี 2554 ที่ผ่านจนบ้านได้รับความเสียหายมีเพื่อนที่รู้จักกันใน จ.เลย แนะนำให้ไปซื้อไม้ราคาถูกเพื่อจะนำมาซ่อมแซมบ้านจึงได้เดินทางไปซื้อมาเป็นไม้ตะเคียนแปรรูป วันที่ขนไม้มาพอขนไม้ทั้งหมดขึ้นรถจู่ๆคนขับรถบรรทุก10ล้อร้องไห้ออกมาอย่างฟูมฟายตลอดเวลาไม่ยอมขับรถพยายามสอบถามพูดคุยพูดจับใจความไม่ได้ตนเองจึงได้ตัดสินใจจุดธูปบอกกล่าวว่าจะนำไม้ไปซ่อมแซมบ้านเพราะบ้านชำรุด ขอให้อยู่ไปด้วยกันที่จ.พระนครศรีอยุธยา พอตนเองปักธูปลงคนขับรถบรรทุก10ล้อหยุดร้องไห้ทันที
ทั้งนี้ หลังจากที่ได้นำไม้มากองไว้เพื่อรอซ่อมบ้านช่วงกลางดึกเพื่อนบ้านจะได้ยินเสียงระนาดดั่งออกมาจากกองไม้นอกจากนั้นยังมีคนเห็นผู้คนเดินไปมาบ่อยครั้ง แต่ก็คิดว่าเจ้าของไม่คงจะมาดูไม้ของคน และไม่คิดว่าเป็นผีช่วงเช้าเพื่อนบ้านมาสอบถามว่าที่บ้านใครตีระนาดตนเองถึงกับตกตะลึงเพราะมีหลายคนที่ได้ยินเสียงระนาดคิดว่าหลานสาวเรียนระนาดแล้วมาฝึกตีระนาดที่บ้านตนได้บอกไปว่าที่บ้านไม่มีใครตีระนาด
"ตนเองเชื่อว่าภาพชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ปรากฏในภาพคงจะเป็นวิญญาณที่อยู่สิงอยู่ในต้นตะเคียนอย่างแน่นอนเตรียมที่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อความสบายใจของคนในบ้านและเพื่อนบ้านจะได้ไม่ต้องหวาดกลัวเชื่อว่าวิญญาณที่อยู่ในต้นตะเคียนจะคอยดูแลบ้านคนในบ้าน"นางกัลยาวีร์ กล่าว


โจ๋กรุงเก่าช็อค!ถ่ายภาพติดวิญญาณยมทูต - โพสต์ทูเดย์ ข่าวกทม.-ภูมิภาค

0 comments:

Trans-Allegheny Lunatics Asylum โรงพยาบาลหลอน



TRANS - ALLEGHENY LUNATICS ASYLUM

โถงทางเดินว่างเปล่าไร้ผู้คน แต่กลับไม่ไร้เสียง เสียงรถเข็นผู้ป่วยถูกเข็นไปมาตามโถงทางเดิน เสียงกระแทกประตูดังสนั่น เสียงกรีดร้องด้วยความทรมานจากการช็อตไฟฟ้า เสียงพูดคุย หัวเราะ ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรม  ตึกขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นที่อาศัยพักพิงของวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งผู้ป่วยที่เป็นคนบ้า หมอที่ยังคงเป็นห่วงคนไข้ของเขา พยาบาลที่ถูกคนบ้าฆ่าด้วยความทารุณแล้วยัดไว้ใต้บันไดที่ไม่ได้ใช้งาน คนบ้าที่ฆาตกรรมคนบ้าด้วยกันเอง  

อาคารขนาดใหญ่่ เป็นที่พักอาศัยของวิญญาณจำนวนมาก สร้างอยู่บนพื้นที่กว่า 666 เอเคอร์ การขาดทุนอย่างหนัก ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องปิดไปในที่สุด โรงพยาบาลแห่งนี้สร้างเมื่อปี 1858 โดยแรงงานนักโทษ และ ช่างหินชาวยุโรป แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในปี 1861 ส่วนที่สร้างเสร็จไปก่อนสงครามเรียกว่า ตึกสงครามกลางเมือง (Civil War Wing) เมื่อสงครามที่ยาวนานกว่าปีสิ้นสุดลง การก่อสร้างจึงดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จปี 1881 แต่เริ่มเปิดรับผู้ป่วยเมื่อปี 1864 โรงพยาบาลบ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรองรับผุ้ป่วยเพียงแค่ 250 คน แต่ในปี 1950 กลับมีผป่วยมากถึง 2400 คน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลรัฐเวสตัน


ในช่วง 20 ปีสุดท้าย สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง และการฆาตกรรม แม้ว่าโรงพยาบาลแห่งนี้มีการทำการเกษตรเพื่อลดต้นทุน แต่ในที่สุดก็ต้องปิดตัวลง เพราะการขาดทุนอย่างหนัก  


จนในปี 2007 โรงพยาบาลแห่งนี้ถูกซื้อไปในที่สุด และเปลี่ยนชื่อกลับเป็นชื่อเดิมคือ ทรานส์ เอลเลเกนี่ลูนาติกอะไซลัม และเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม และสัมผัสกับความสยองของ เสียงไร้ที่มา เงาในความมืด เสียงที่บอกกับผู้มาเยือนว่า "กลับบ้านไปซะ" 

0 comments:

10 วิธีเห็นผี

อีก 10 วิธี สำหรับคนที่อยากเห็น "พวกเขา"
 
1. ตอนกลางคืน ให้ไปกินข้าวตรงที่ที่มีคนพึ่งจะตายไปไม่เกิน 3 วัน
 
2. ขโมยของ ของคนตายที่เค้ารัก หวง และ ห่วงมากที่สุด เมื่อเห็นเค้าแล้วให้เอาของสิ่งนั้นไปคืนเค้าด้วย
 
3. จับแมวดำโยนข้ามศพคนตาย
 
4. นอนในโลงศพ แบบเดียวกับศพ โดยมัดตราสังด้วย แต่ห้ามทำพิธี นอนสักพักนึงค่อยลุกออกมาจากโลงศพแล้วคุณจะพบกับสิ่ง  ( วิธีนี้ถ้าลองแล้วเจอ วิธีการคือการให้พระทำพิธีบังสกุลให้เรา ถ้าเป็นพระที่ปฏิบัติธรรมมาดีจะสับสนว่าเราเป็น คนรึผี แต่เราก็ต้องขอร้องให้ท่านทำให้ ยิ่งเป็นพวกจิตอ่อนยิ่งหลอน )
 
5. ตอนกลางดึก ให้เล่นซ่อนหาในป่าช้า
 
6. ไปลองของตามสถานที่ต่างๆ
 
7. นอนขวางประตู รึ นอนตรงกับคานบ้าน(บ้านไม้แบบที่มีคาน)
 
8. ตอนที่กำลังเผาศพ เอาไม้กวาดพื้นกวาดรอบเมรุ 3 รอบ แล้วหักเศษไม้กวาดมา1ก้านเอามาเหน็บไว้ที่หูข้างซ้าย เอาน้ำมะพร้าวที่ล้างหน้าศพ มาป้ายตาทั้ง 2 ข้าง ก้มลงมองลอกหว่างขาในเงาของเมรุ ( กรณีที่เห็นท่านยมฯ ให้รีบวิ่งไปหลบใต้เงาโบรถ์ ถ้าไม่ทัน รึ รู้สึกว่าท่านยมฯ ตามอยู่ตลอดเวลา รึเห็นท่านยมฯ บ่อยเกินเห็น ให้พระทำพิธีบังสกุลให้ *ท่านอาจจะรอดนะ ) จากนั้นก็จะเห็นวิญญาณของคนที่ตายไป รวมทั้งของคนอื่นด้วย
 
9. ฉี่ใส่ ถ่มน้ำลายใส่ ทำลาย เผาไฟ ศาลเจ้าที่ ทั้งที่ร้างแล้ว รึ ยังไม่ร้างก็ได้
 
10. นำเศษบาตรพระที่แตกมารวมกับ ตะปูที่ตอกฝาโล่งศพ ฟันของศพที่ถูกเผาแล้ว มาห่อไว้ในผ้าสีดำ ว่างไว้ตรงกลางสำหรับข้าว รึโตะกินข้าว จุดธูป 1 ดอก แล้วจะเจอผีมากินข้าว ( กรณีผีที่บ้านเราน้อยไป แนะนำไปทำที่ไหนก็ได้ที่คิดว่ามีผีเยอะๆ )

0 comments:

8 วิธีเห็นผี!!

ผี มีอยู่รอบตัวเรา คุณอยากเห็น พวกเค้า มั้ย เรามีวิธี
ทุกวิธีต้องทำระหว่าง 4ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน และต้องไม่เลยเที่ยงคืนเพราะจะถือว่าเป็นวันใหม่


ทุกวิธีห้ามใส่พระ ยกเว้นวิธีที่8


วันที่ทำแล้วมีโอกาสเห็นมากที่สุดคือวันพุธ และ วันอาทิตย์


คนที่มีโอกาสเห็นได้ง่ายสุดคือคนที่เกิดวันพุธ วันศุกร์ และ วันอาทิตย์


ทุกวิธีอาจจะให้มีคนอื่นอยู่ด้วยก็ได้ยกเว้นบางวิธีที่จะระบุว่าคุณต้องทำคนเดียว


ทุกวิธีที่ต้องหลับตาหากคุณเปลี่ยนใจไม่อยากเห็น ให้เอาอุปกรณ์ทุกอย่างออก แล้วค่อยลืมตา




*วิธีที่1* “มองลอดใต้หว่างขา”

1. นำใบไม้ (จากต้นใดก็ได้) ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ต้องเป็นของต้นนั้นจริง ๆ และร่วมลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนัก หากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี 

2. ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตก (เพื่อเวลาก้ม จะได้ก้มไปทางทิศตะวันตก


3. นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ (จะทำมืออย่างไรก็ได้ แต่ห้ามพนมมือ)


4. หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา (หมุนซ้าย) ช้า ๆ เมื่อมาหยุดที่เดิม (ทิศตะวันออกที่หันหน้าไว้ตั้งแต่แรก) ให้ท่องว่า
“พุทโธทายะ” (เหมือนผีถ้วยแก้วเลย) ทำแบบนี้ 3 รอบ (ท่อง 3 ครั้งด้วย)
***เพื่อให้เห็นภาพ*** รอบที่1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออก หมุนซ้ายไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า “พุทโธทายะ” และทำต่อไป รอบที่ 2 และรอบที่3


5. หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นเจ้าของใบไม้ แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ คือพลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้ และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้ เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้ เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้


6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง (ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด) เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว “ให้ตั้งสติดี ๆ” แล้วลืมตา


7. แล้วผีจะมาให้เห็น
***หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็นจะอยู่ไกล หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน***
1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา (หมุนย้อนกลับไปทางขวานั่นเอง) 3 รอบ โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย
3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง ก่อนล้างให้ท่อง “พุทโธ” แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้ 3 ครั้ง



*วิธีที่2* “ตัดเล็บตอนกลางคืน”

***ขอย้ำเลยวิธีนี้ ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน เพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้ หรือ เป็นวันใหม่”***


1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย ,นิ้วโป้ง ,นิ้วนาง ,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง)
โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย
*เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*


2. น้ำเศษเล็กที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ (ต้องใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าใหม่)


3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย) ของที่พัก


4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นาน จะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน (เสียงดัง “แก๊กๆ” นั่นแหละ) เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ


5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้ (เพราะถือว่าเค้ามาดี โดยที่เขาคิดว่าเราเอาเล็บไปแลก หรือไปเล่นกับเขา แล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน


6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้า ให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้ คลี่ห่อผ้าออก จะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ


7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า “ขอบคุณ” แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ (แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)




*วิธีที่3* “หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย” 


วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น


วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที


นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในกาวัด ให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย


1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที


2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที


3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้ง และถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี


4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก (จะหันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้า ๆ) แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7) แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น


5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธี ให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้ง เป็นอันจบพิธี



*วิธีที่4* “ดีดลูกคิดตอนกลางคืน” 


ลูกคิดที่ใช้ดีด ให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้น


ต้องอยู่คนเดียว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก


1. ให้ลูกคิดทุกลูก ในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา


2. ดีดีลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก(ต้องมีสมาธิมากๆ) ไล่ไปตั้งแต่รางแลก ไปจนรางสุดท้าย


3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมาก แล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้น ให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก


4. มองรอดช่องรางลูกคิด(รางใดก็ได้) แล้วผีก็จะมาให้เห็น


5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที *ห้าม* นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด



*วิธีที่5* “เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน” 


1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)


2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)


3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น




*วิธีที่6* “ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว” 


ต้องทำคนเดียว


1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า (ถ้ามีกระดุม ก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)


2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้น แล้วห้อยหัวลงมอง (เหมือนแหงนหน้า)


3. แล้วผีจะมาให้เห็น




*วิธีที่7* “แหงนหน้ามองตรงบันได” 


ต้องทำคนเดียว


1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุด แล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่ (ใช้ก้อนลงบันได้นั่นเอง)


2.เมื่อถึงขั้นสุดท้าย ให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้ว แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้นบนสุด


3. แล้วผีจะมาให้เห็น



*วิธีที่8* “สวมพระกลับหลัง” 


ต้องทำคนเดียว
1. สวมพระโดยคล้องสร้อยพระไว้ด้านหลัง(ให้เหมือนที่อยู่ด้านหน้าเลย)


2. ยื่นแขนซ้ายออกไปข้าง ๆ แล้วทำมุมข้อศอกโดยให้กำปั้นทิ่มลงพื้น และให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น


3. มองลอดผ่านช่องแขน แล้วจะเห็น

0 comments:

10 อันดับ บ้านผีที่เฮี้ยนที่สุด ในไทย

1. ในซอยรามคำแหง 32
ปล่อยให้ทิ้งร้างเก่าทรุดโทรมอย่างน่าใจหาย ประวัติของบ้านมีว่าเจ้าของบ้านเป็นชาวต่างชาติ วันหนึ่งเจ้าของบ้านขับรถออกไปทำงานตามปกติ ที่บ้านมีสาวใช้อยู่เพียงคนเดียว คนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคงมาแอบสังเกตการณ์นานพอสมควรได้ฉวยโอกาสเข้าปล้น และฆ่าสาวใช้ตายคาที่ นับตั้งแต่นั้นมักจะได้ยินเสียงผู้หญิง ร้องไห้ช่วยดังโหยหวนน่าสยดสยอง และยังเห็นผู้หญิง (เข้าใจว่าเป็นสาวใช้ที่ถูกฆ่าตาย ) เดินวนเวียนวูบวาบอยู่ในบ้าน เจ้าของบ้านทนอยู่ไม่ไหวต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น เล่ากันว่าหลังจากนั้นมีคนได้ยินเสียงผู้หญิงร้องให้ช่วย ดังมาจากบ้านร้างบ่อยๆ และมีคนเห็นผู้หญิงลึกลับ ยืนอยู่หน้าบ้านเป็นประจำเมื่อเข้าไปใกล้ก็หายไป


2.วัดมหาบุศย์ พระโขนง
ที่ วัดมหาบุศย์ ยังมีศาลย่านาคตั้งอยู่ สืบเนื่องมาจากตำนานรักของแม่นาคพระโขนง ที่รู้กันแพร่หลายเล่ากันว่า เมื่อผีแม่นาคอาลวาดหลอกหลอน จนชาวบ้านหาปกติสุขมิได้ เจ้าประคุณสมเด็จโต (วัดระฆัง) ได้มานำวิญญาณแม่นาคไป พร้อมกับกระดูกกระโหลกหน้าผาก แล้วอบรมสั่งสอนให้รักษาศีล ปฏิบัติธรรม นัยว่าแม่นาคเลื่อนภพเป็นเทพแล้ว หากยังมีผีวนเวียนที่วัดมหาบุศย์ คงมิใช่วิญญาณแม่นาค อย่างแน่นอน


3.ในซอยสายหยุด อู่รถเมลล์เก่า
ที่ นี่เป็นสุสานรถเมลล์หรือรถโดยสารประจำทางที่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนใช้การ ไม่ได้ ซากรถเมลล์แต่ละคันมีประวัติคนตายโหงคารถ ในสภาพสยดสยองมาแล้วและเป็นที่เล่าลือกันว่า อยู่ดีๆไฟในรถกลับเปิดสว่างขึ้นมาเอง หรือมีคนมายืนโบกรถหน้าอู่ แท๊กซี่จะเข้าไปจอดรับก็หายไปบางครั้งมีคนวิ่งตัดหน้า และหายไปดื้อๆ


4.ในซอยรอดอนันต์ 1 ถ.สุขาภิบาล1
เป็น บ้านร้างทรงไทยอยู่ริมบึงห่างไกลจากบ้านอื่นๆในระแวกนั้น บริเวณบ้านรกครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย คุณยายเจ้าของบ้าน เสียชีวิตที่บ้านหลังนี้ และน่าเชื่อว่า วิญญาณของคุณยายไม่ยอมไปผุดไปเกิด แต่ยังคงวนเวียนอยู่ในบ้าน จนกระทั่งลูกหลานไม่กล้าอยู่ ต่างแยกย้ายไปอยู่ที่อื่นหมด ปล่อยบ้านทิ้งร้างชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และที่บ้านหลังนี้เล่าลือกันว่าผีดุนัก คนอยู่ระแวกใกล้เคียง เคยเห็นผีคุณยายมายืนชี้นิ้วอยู่ที่หน้าบ้าน เมื่อมีเด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ในบริเวณหน้าบ้าน เคยมีคนใจกล้าเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงแก่ๆขู่ตะคอก จนต้องเผ่นออกมาแทบไม่ทัน


5.รังสิต คลอง 13
จาก ถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีบ้านพักถูกไฟไหม้เกือบหมดทั้งหลัง แต่ยังเหลือซากบ้านอยู่ส่วนหนึ่ง ข้อมูลบางกระแสเล่าว่า มีผู้หญิงตายในไฟ บ้านหลังนี้อยู่ในสวนมะขามหวาน แต่ถูกทิ้งให้รกร้าง คนในระแวกใกล้เคียงต่างยืนยันกันว่าตอนกลางคืน จะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวน มาจากซากบ้านบ่อยๆ พร้อมกันนั้นเคยมีคนเห็นผีผู้หญิงในบริเวณซากบ้านด้วย


6.ในซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ถ.พัฒนาการ
เป็น โรงงานร้าง เมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำปากกา และเป็นโรงกลึงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 80 ไร่ เหตุที่กลายเป็นโรงงานร้าง ชำรุดทรุดโทรม มีวัชพืชขึ้นปกคลุมรกครึ้มเช่นทุกวันนี้ ว่ากันว่าเจ้าที่เจ้าทางแรง ระหว่างที่ดำเนินงานอยู่ มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหลายคน ผู้ลงทุนขาดทุนย่อยยับจนต้องเลิกกิจการ หากเดินเข้าไปในอาณาเขตโรงงานร้าง จะสัมผัสบรรยากาศยะเยือกผิดปกติ และเล่าลือกันว่าหากไปเคาะแท้งก์น้ำซึ่งตั้งอยู่ 3 ใบ 3 ครั้ง จะปรากฏเจ้าที่เจ้าทางออกมาให้เห็นทันที


7.วัดปราสาท จ.นนทบุรี
เป็น วัดเก่าแก่โบราณ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง เคยขุดพบกำแพงเมืองรอบอุโบสถอายุ 300 ปี ด้านหลังอุโบสถ มีคุ้มเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรมว่ากันว่าเจ้าของสถานที่คือ พระนางอุษาวดีเทวี ชาวบ้านระแวกนั้นเรียกว่า "แม่" และ" เจ้าแม่ " เวลากลางคืน หากไปที่บริเวณคุ้มจะมีบรรยากาศวังเวงน่ากลัวมาก ผู้ใดไปแสดงกิริยาวาจาจ้วงจาบหยาบคาย ไม่เคารพผู้เป็นเจ้าของสถานที่ มักจะพบกับเหตุการณ์แปลกๆน่าขนหัวลุก


8.โรงงานร้างอยู่ในอุตสาหกรรมบางปู (ฝั่งเดียวกับเมืองโบราณ)
สถาน ที่อยู่สุดซอย 2 เมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำรองเท้า ขณะที่กิจการกำลังดำเนินงานไปด้วยดี ได้เกิดอุบัติเหตุร้างแรง คือเครื่องปั้มลมเกิดระเบิดคนงานหลายคนเสียชีวิตสยอง นับตั้งแต่นั้นคนงานที่ทำงานอยู่ ถูกผีหลอกวิญญาณหลอน จนต้องทะยอยลาออกไปเรื่อยๆจนหมด กิจการประสบความวินาศ เจ้าของโรงงาน ยิงตัวตายในห้องทำงานชั้นบนของโรงงาน และกลายเป็นสถานที่รกร้างเรื่อยมา เล่าลือกันว่าผีดุมาก ปัจจุบันนี้ยังมีเศษรองเท้ากระจายเกลื่อนและปั้มลมมรณะก็ยังอยู่


9.ในซอยวัชรพล
เป็น บ้านทรงยุโรปหลังใหญ่ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ถูกทิ้งร้างค้างคาอยู่ในสภาพเดิม เวลากลางคืนดูน่ากลัวชวนขนลุกยิ่ง และว่ากันว่ามีคนพบเห็นวิญญาณของชายหญิงและเด็ก ปรากฏวูบวาบบ่อยๆ สาเหตุที่บ้านหรูหลังใหญ่ กลายเป็นบ้านร้าง เนื่องจากเจ้าของบ้านหลังนี้ พาครอบครัวขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด และประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตหมดทุกคน


10.ในซอยวัชรพลเช่นกัน
เป็น หมู่บ้านร้างตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ชื่อหมู่บ้านปิยพร คนเก่าคนแก่ในพื้นที่เล่าว่า ที่ดินส่วนนี้เคยเป็นป่าช้ามาก่อน เจ้าของโครงการ ไม่ได้ทำพิธีบอกกล่าวขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทาง ดังนั้นพอเริ่มงานก่อสร้าง จึงพบกับอุปสรรคนานาประการ ต่อมามีคนงานเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหลายคน ในเขตหมู่บ้านมีบึงใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ก็มีเด็กตกไปตาย 2-3 คน ประกอบกับบ้านในโครงการ ไม่มีผู้สนใจอย่างที่ประเมินเอาไว้ จึงต้องยุติโครงการ กลายเป็นหมู่บ้านร้างกลางกรุง พร้อมกันนั้นก็มีเสียงเล่าลือว่า ผู้ที่เข้าไปในเขตหมู่บ้านยามวิกาล มักจะพบวิญญาณแสดงตัวหลอกหลอน เล่นเอาขวัญหนีดีฝ่อ ไม่บังอาจกล้ำกลายเข้าไปอีก 

0 comments: